×

Eventing เรื่องน่ารู้ของไตรกีฬาวงการม้า

ในวงการกีฬาขี่ม้านั้นก็มีหลากหลายประเภท ครอบคลุมตั้งแต่กีฬาระดับสากล ไปจนถึงกีฬาขี่ม้าในระดับท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในวันนี้จะพาทุกท่านไปแนะนำกีฬาขี่ม้าอีกประเภทหนึ่งที่เป็นการรวม 3 สุดยอดกีฬาขี่ม้ารวมไว้ในการแข่งขันรายการพิเศษ ได้แก่ Jumping, Dressage และ Cross Country พร้อมกำหนดกติกาเฉพาะตัวจนเรียกได้ว่าเป็น “ไตรกีฬาของวงการม้า” นั่นคือ Eventing ที่รับประกันความสนุกไม่แพ้กีฬาขี่ม้าประเภทอื่น ๆ แน่นอน และกีฬาประเภทนี้มีความพิเศษอย่างไร มาชมพร้อมกันได้เลย

batch_Gemini_Generated_Image_lzko8clzko8clzko Eventing  เรื่องน่ารู้ของไตรกีฬาวงการม้า
Gemini

ไตรกีฬาขี่ม้าที่เสน่ห์เฉพาะตัว

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่า กีฬาขี่ม้าประเภท Eventing เป็นกีฬาที่รวมกีฬาขี่ม้าทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ม้ากระโดด (Show Jumping), ศิลปะบังคับม้า (Dressage) และกีฬาม้าข้ามสิ่งกีดขวางกลางแจ้ง (Cross Country) ซึ่งทีมผู้เข้าแข่งขันจะต้องแข่งบังคับม้าต่อเนื่องทั้ง 3 รายการ เพื่อนำคะแนนแต่ละรายการมาคำนวณและสรุปผล ซึ่งการแข่งขันลักษณะนี้มีต้นกำเนิดมาจากการทดสอบความสามารถของทหารม้า ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการขี่ม้าหลายรูปแบบ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นกีฬาสำหรับผู้ขี่ม้าจนถึงปัจจุบัน

โดยทีมที่จะเข้าแข่งขันจะประกอบไปด้วย นักขี่ม้า 3 คน และม้าที่มีสภาพสมบูรณ์ที่ผ่านการรับรอง (Horse Inspection) จำนวน  3 ตัว แต่ในทีมสามารถมีนักขี่ม้าสำรอง และม้าสำรองอีก 1 ตัว ขณะเดียวกันในทีมจะต้องมีบุคลากรที่ช่วยดูแลสุขภาพของม้า และช่วยสนับสนุนนักขี่ม้าควบคู่ด้วย อาทิ หัวหน้าที, ผู้ดูแลม้า, สัตวแพทย์, ช่างทำเกือกม้า เป็นต้น

สำหรับการคิดคะแนน จะเป็นการการคิดคะแนนเสีย หรือคะแนนโทษ (Penalty Points) ซึ่งจะต่างจากการคิดคะแนนของรายการ Pure Dressage และ Pure Jumping ที่จะเน้นว่าใครทำคะแนนสูงที่สุด ซึ่งการคิดคะแนนเสียใน Eventing จะเป็นการตัดคะแนนจากความผิดพลาดของนักขี่ม้า และตัวม้าในระหว่างแข่งขัน เช่น ออกท่าเดินผิด ไม่สามารถออกท่าได้ ทำรั้วล้ม ม้าไม่ยอมกระโดดข้ามรั้ว รวมถึงทำเวลาเกินที่กำหนด และอื่น ๆ โดยผลการแข่งขันของนักฬีกาทั้ง 3 คนที่ลงแข่งร่วมกันทั้ง 3 รายการจะถูกนำคะแนนเสียไปรวมแล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ออกมา ทีมใดที่ทำผลรวมคะแนนเสียต่ำหรือน้อยมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ

batch_Gemini_Generated_Image_vw4ae1vw4ae1vw4a Eventing  เรื่องน่ารู้ของไตรกีฬาวงการม้า
Gemini

การแข่ง Eventing มีการเสริ์ฟเมนูตามลำดับที่กำหนดไว้

การแข่งขัน Eventing ส่วนใหญ่จะมีการกำหนดประเภทการแข่งตายตัวไว้ โดยกีฬาชนิดแรกที่จะได้เริ่มก่อนคือการแข่งศิลปะบังคับม้า (Dressage) – ม้ากระโดด (Show Jumping) – กีฬาม้าข้ามสิ่งกีดขวางกลางแจ้ง (Cross Country) ซึ่งที่ต้องยกจานแรกอย่าง Dressage ที่จะถูกกำหนดให้แข่งเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะเป็นช่วงที่ม้ายังสดชื่นและมีสมาธิดีที่สุดในการแสดงท่าทางที่ละเอียดอ่อน ก่อนที่จะได้ทดสอบสมรรถนะของจริงในอีก 2 ประเภทต่อไป

แต่ยังมีความน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ลำดับการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ฟอร์แมตหลัก ประกอบไปด้วย

1. แบบ Long Format 

เป็นการแข่งแบบดั้งเดิมที่มักใช้เวลา 3-4 วัน โดยมีลำดับดังนี้:

  1. วันที่ 1-2 Dressage: ทดสอบความเชื่อฟังและพื้นฐาน

  2. วันที่ 3 Cross Country: ทดสอบความอึด และความกล้าหาญในสนามกลางแจ้ง (เป็นหัวใจหลัก)

  3. วันที่ 4 Show Jumping: การแข่งกระโดดในสนามปิด

ซึ่งการนำ Cross Country เป็นลำดับที่สอง และ Show Jumping เป็นลำดับที่สามคือการทดสอบ “ความฟิต และการฟื้นตัว” หลังจากที่แข่งขันข้ามสิ่งกีดขวางหนัก ๆ แล้วก็วันถัดไปจะแข่งการกระโดดข้ามรั้วเพื่อวัดศักยภาพของนักกีฬาขี่ม้า และการฟื้นตัวของม้า ว่าจะสามารถข้ามรั้วได้โดยที่ไม่ทำให้รั้วหล่นได้หรือไม่ และยังเป็นการทดสอบความอึด กับการควบคุมม้าอีกด้วย

โดยแบบ Long Format จะพบได้ในการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ เช่น การแข่งขันโอลิมปิก การแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ทั้งในระดับประเทศ หรือระดับโลก หรือ CCI-L

2. แบบ Short Format

เป็นแบบที่ผู้จัดการแข่งขันสามารถทำการสลับการแข่งขัน 2 รายการหลังได้ตามความเหมาะสมของสถานที่และจำนวนนักกีฬา

  • แบบที่ 1: Dressage → Show Jumping → Cross Country (นิยมมากในรายการวันเดียว)

  • แบบที่ 2: Dressage → Cross Country → Show Jumping

ในรายการที่เน้นความคล่องตัว ผู้จัดการแข่งขันมักให้แข่ง Jumping ก่อน Cross Country เพื่อให้นักกีฬาขี่ม้าที่ทำคะแนน Dressage และ Jumping ไม่ดี “คัดออก” หรือจัดลำดับก่อนจะออกไปวิ่งในสนามใหญ่อย่าง Cross Country โดยแบบ Short Format จะมีความยืดหยุ่นในการจัด โดยเฉพาะรายการแข่งขันที่มีระยะเวลาแข่งน้อย หรือมีสถานที่จำกัด เช่น การแข่งขันทั่วไป หรือ CCI-S

batch_Gemini_Generated_Image_bm050rbm050rbm05 Eventing  เรื่องน่ารู้ของไตรกีฬาวงการม้า
Gemini

ไม่จำเป็นต้อง “เลิศ” ด้านใดด้านหนึ่ง

ม้าที่ใช้แข่ง Eventing เปรียบเหมือน “นักกีฬาทศกรีฑา” คือต้องทำได้ดีทุกอย่างแต่ไม่จำเป็นต้อง “ที่สุด” ในด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว เมื่อเทียบกับม้าที่แข่งเฉพาะประเภท (Specialists) ที่จะต้องฝึกประเภทใดประเภทหนึ่งให้สูงกว่า ซึ่งการแข่ง Eventing ทั่วไป จะมีท่าเคลื่อนไหวที่ไม่ซับซ้อน และความสูงของรั้วที่ไม่มาก เพื่อให้ม้าที่ใช้แข่งสามารถแสดงศักยภาพในทุกด้าน ทั้งสมาธิ ความอึด ความเร็ว ความเชื่อง ซึ่งผู้ฝึกม้า นักกีฬาขี่ม้า และตัวม้าจะต้องฝึกทั้ง 3 ประเภทให้สมดุลกัน แต่ก็อาจจะสามารถเลือกฝึกขั้นสูงเพิ่มสายเฉพาะทางสายใดสายหนึ่งเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันระดับสูง


สรุป

ความน่าสนใจของกีฬา Eventing คือการพิสูจน์ศักยภาพระหว่างนักกีฬาขี่ม้า และม้าที่จะต้องทดสอบแข่งขันในสถานการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การบังคับม้าที่สง่างามไปสู่การแข่งขันทั้งพละกำลัง ความเร็ว การฟื้นฟู และการตัดสินใจ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ครบเครื่องสมบูรณ์แบบของวงการกีฬาม้าเลยทีเดียว

Post Comment