ม้าที่คุณรู้จักมีกี่ประเภท? เคล็ดลับจำแนกม้าที่เหมาะสมกับงาน และบุคลิก
แม้ว่า “ม้า” จะเป็นสัตว์ที่คุ้นเคยกับมนุษย์ตั้งแต่เทพนิยาย การ์ตูน และม้าตัวจริง แต่ละตัวก็จะมีบุคลิก วัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน และการดูแลสุขภาพกับการดูแลพื้นที่เลี้ยงที่แตกต่างกัน การที่จะจำสายพันธุ์ม้าก็อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่ เนื่องจากสายพันธุ์ม้าทั่วโลกมีมากกว่าหลายร้อยสายพันธุ์เลยทีเดียว หากคุณรู้จักการจำแนกม้าในบทความที่จะกล่าวต่อไปนี้จะช่วยให้คุณได้เป็นผู้ที่สนใจม้าอย่างจริงจังจนทำให้คนรอบข้างรู้สึกทึ่งเลยทีเดียว

การจำแนกจากสายพันธุ์ (ฺBreeds)
แม้ว่าคนส่วนใหญ่อาจจะรู้จักชื่อสายพันธุ์สุนัข และแมวได้บ้าง แต่การจำแนกสายพันธฺุของม้านั้นจะค่อนข้างซับซ้อน ตั้งแต่การศึกษาแหล่งกำเนิด การเพาะพันธุ์ ลักษณะบุคลิกภาพ เป็นต้น ซึ่งสายพันธุ์ม้าก็มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ อีกทั้งบางสายพันธุ์ก็มีบุคลิกที่คล้ายคลึงกัน ยังไม่รวมถึงสายพันธุ์ยอดนิยม ไปจนถึงสายพันธุ์เฉพาะถิ่นที่หลาย ๆ คนไม่รู้จักหากไม่ใช่คนท้องถิ่นนั้น ๆ จึงเป็นเรื่องยากที่จะจำได้ทั้งหมด ยกเว้นว่าคุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านวงการม้า ซึ่งต้องอาศัยการเรียนรู้ และประสบการณ์การจำแนกสายพันธุ์มาอย่างยาวนาน

การจำแนกตามลักษณะอารมณ์ และรูปร่าง
สำหรับการจำแนกกลุ่มนี้จะได้รับความนิยมอย่างมากในการศึกษาสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นม้ากีฬา ม้าแข่ง ม้าสันทนาการ ไปจนถึงม้าแรงงาน โดยจะมีการจำแนกลักษณะอารมณ์ และรูปร่างว่า “Blood-typing” ซึ่งมีด้วยกัน 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
ม้าเลือดเย็น (Coldblood) จุดเด่นของม้ากลุ่มนี้เป็นม้าที่มีขนาดใหญ่ มีเส้นสายกล้ามเนื้อที่โดดเด่น มีความอดทนที่สูง และมีความอ่อนโยนกว่าม้าประเภทอื่น ๆ รวมถึงมีขนหน้าแข้งม้า (Feathering feet) ที่ชัดเจน โดยถิ่นกำเนิดจะอยู่ในภูมิภาคยุโรป เป็นม้าที่เหมาะกับงานลากจูง งานบรรทุก งานเกษตรกรรม และการควบคุมเครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น โรงสี
สำหรับสายพันธุ์ม้าในกลุ่มนี้ จะมีทั้ง Shire, Clydesdale, Gypsy Cob, Ardennais, Friesian เป็นต้น
ม้าเลือดร้อน (Hotblood) จุดเด่นของม้ากลุ่มนี้จะมีรูปร่างที่เพียวบาง ขนไม่หนา แต่มีมวลกล้ามเนื้อที่แน่น โดยเฉพาะขา เนื่องจากเป็นม้าที่มีความรวดเร็ว คล่องตัว และมีพลังงานสูง จึงทำให้กล้ามเนื้อส่วนขานี้โดดเด่นมาก สำหรับนิสัยจะค่อนข้างฉลาด เรียนรู้ไว ตื่นตัวง่าย มีความอ่อนไหวทางอารมณ์สูง ตกใจง่าย เป็นต้น สำหรับถิ่นกำเนิดจะครอบคลุมในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีภูมิอากาศที่ร้อน โดยม้าประเภทนี้จะนิยมเลี้ยงเพื่อใช้แข่งกีฬาที่เน้นความเร็ว และความคล่องตัวสูง เช่น โปโล ม้ากระโดด และม้าแข่ง
สำหรับสายพันธุ์ม้าในกลุ่มนี้ จะมีทั้ง Arabian, Thoroughbred, Akhal-Teke เป็นต้น
ม้าเลือดอุ่น (Warmblood) สำหรับม้ากลุ่มนี้ถือได้ว่าเป็นกลุ่มใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปี โดยการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง ม้าเลือดเย็น กับ ม้าเลือดร้อน จึงทำให้ม้าประเภทนี้ดึงคุณสมบัติเด่น ๆ เช่น ได้บุคลิกที่ปราดเปรียว กระฉับกระเฉงจากม้าเลือดร้อน แต่ได้ความสุขุม เชื่องง่าย สงบ ดูแลง่ายจากม้าเลือดเย็น บางครั้งก็จะได้ขนหน้าแข้ง (Feathering feet) ร่วมด้วย โดยม้าประเภทนี้จะเหมาะกับงานที่เกี่ยวข้องกับทางการ เช่น ม้าทหาร ม้าตำรวจ เนื่องจากไม่ตื่นตกใจง่าย และการควบคุมที่คล่องตัว ไปจนถึงม้ากีฬา เช่น ม้ากระโดด เดรสสาจ อีเว้นท์ติ้ง ยิมนาสติกหลังม้า เนื่องจากม้าประเภทนี้สามารถเรียนรู้คำสั่งที่ซับซ้อนได้ดีกว่า
สำหรับสายพันธุ์ม้าในกลุ่มนี้ จะมีทั้ง Dutch Warmblood, Hanoverian, Oldenburg, British Warmblood เป็นต้น

การจำแนกตามขนาดตัว และการใช้ประโยชน์
สำหรับการจำแนกลักษณะนี้จะเป็นการจำแนกแบบพื้นฐานโดยอิงจากความสูงของม้า โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้
Heavy Horse จะคล้ายคลึงกับม้าเลือดเย็น (Coldblood) ที่มีจุดเด่นขนาดลำตัวที่ใหญ่ กำยำ และสูง เหมาะสำหรับเป็นม้าลากจูง ม้าบรรทุก ม้าแรงงาน
Lighter Horse เป็นกลุ่มม้าขนาดกลาง คล่องตัว เน้นการขี่เป็นหลัก และในบางครั้งก็ใช้ในการลากจูงวัตถุที่ไม่หนักมาก เช่น รถม้าในเมือง เป็นม้าที่มีสายพันธุ์แพร่หลายมากที่สุดโดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นม้าเลือดร้อน (Hotblood) หรือม้าเลือดอุ่น (Warmblood) นอกจากนี้ม้าเลือดเย็นบางสายพันธุ์ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เช่น พันธุ์ Friesian
Pony Horse เป็นม้าขนาดเล็กที่มีความสูงไม่เกิน 14.2 แฮนด์ (Hand) (1 แฮนด์ = 4 นิ้ว หรือ 10.16 ซม.) เป็นม้าที่เหมาะสำหรับกิจกรรมสันทนาการ เป็นม้าฝึกสำหรับเด็กเล็กเป็นหลัก
แม้ม้าจะมีสายพันธุ์มากมาย แต่การจำแนกทั้ง 2 รูปแบบหลักก็ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการสังเกตประเภทของม้าทั้งจากบุคลิกภายนอก อุปนิสัยหลัก ๆ และวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งผู้ที่เริ่มต้นเข้าวงการม้าก็จะช่วยให้คุณได้รู้จักม้าได้มากขึ้น เมื่อเปิดใจก็จะเปิดโอกาสได้เรียนรู้เชิงลึกมากขึ้นอีกด้วย



Post Comment