จากโอกาสทางการศึกษา สู่ก้าวแรกบนเส้นทางอาชีพที่โรงงานฟอร์ด
เบื้องหลังพนักงานนับพันคนที่เดินเข้าสู่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ในแต่ละวัน คือความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเพื่อส่งมอบรถยนต์คุณภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก แต่สำหรับหลายคน ยังมีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการเป็นพ่อและแม่ที่ตั้งใจสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับลูก
ฟอร์ดได้ร่วมสนับสนุนความตั้งใจนั้นผ่านโครงการสนับสนุนทุนการศึกษา และในวันนี้บุตรของพนักงานเอฟทีเอ็ม 2 คน ได้ก้าวเข้ามาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพของตนเองในฐานะช่างเทคนิคประจำโรงงานเอฟทีเอ็ม
จุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพ
ด้วยความเชื่อมั่นว่า ‘การศึกษาคือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีที่สุด’ ฟอร์ด จึงได้ร่วมมือกับ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ดำเนินโครงการจัดการเรียนรู้แบบทวิภาคี (Apprenticeship Program) พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษา ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาเมคคาทรอนิกส์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ผสานความรู้ด้านเครื่องกล ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติเข้าด้วยกัน
ทุนการศึกษานี้เป็นทุนแบบให้เปล่า ซึ่งเริ่มต้นจากการมอบทุนให้พนักงานได้ศึกษาต่อเพื่อยกระดับทักษะ ควบคู่กับการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ก่อนต่อยอดสู่สิ่งที่ฟอร์ดภาคภูมิใจ นั่นคือ การขยายโอกาสมอบทุนการศึกษาให้แก่ ‘บุตรของพนักงาน’ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวและสนับสนุนเส้นทางอาชีพของคนรุ่นใหม่
ในปีนี้ ความตั้งใจดังกล่าวได้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อบุตรของพนักงานเอฟทีเอ็ม 2 คน สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำงานเป็นพนักงานประจำ ในตำแหน่งช่างเทคนิคประจำแผนกผลิตโครงสร้างตัวถังรถยนต์ และช่างเทคนิคประจำแผนกพ่นสีรถยนต์ ณ โรงงานเอฟทีเอ็ม

วันที่ลูกได้โอกาส คือวันที่แม่หมดห่วง
ประกายรัตน์ พรมสุข พนักงานแผนกวางแผนชิ้นส่วนและโลจิสติกส์ ถ่ายทอดความรู้สึกในวันที่ลูกชายก้าวเข้ามาทำงานในตำแหน่งช่างเทคนิคประจำแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ (Integrated Stamping & Body Shop) ว่า
“ในฐานะแม่ สิ่งที่เราหวังมากที่สุดคืออยากเห็นลูกได้เรียนในสิ่งที่เขารักและมีงานทำที่มั่นคง วันที่รู้ว่าลูกได้รับทุนการศึกษาจากฟอร์ด มันช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวไปได้มาก พอมาถึงวันนี้ เห็นเขาใส่ชุดพนักงานฟอร์ดเข้ามาทำงานด้วยความรู้ความสามารถของตัวเอง ทั้งภูมิใจและอุ่นใจมากค่ะ”
ด้านลูกชาย พีรวิชญ์ พรมสุข เล่าถึงก้าวแรกในฐานะช่างเทคนิคของฟอร์ดว่า “ทุนการศึกษาจากฟอร์ด ทำให้ผมได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎี และได้ฝึกปฏิบัติงานจริงกับเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติที่ทันสมัย วันนี้ดีใจมากครับที่ได้นำความรู้มาต่อยอดในการทำงานจริงที่แผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ และที่สำคัญที่สุดคือภูมิใจที่ได้ทำให้แม่มีความสุข และได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟอร์ดครับ”
วันที่ลูกก้าวสู่รั้วโรงงานเดียวกับพ่อ
ขวัญชัย บุญกำเนิด พนักงานแผนกปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ (Integrated Stamping & Body Shop) เล่าถึงความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า
“ทำงานที่นี่มาหลายปี ไม่เคยคิดว่าโอกาสดีๆ จากบริษัทจะส่งต่อมาถึงลูกของตัวเอง วันที่ลูกได้รับทุนการศึกษาและได้ก้าวเข้ามาทำงานในโรงงานเดียวกัน ความรู้สึกนั้นมากกว่าความภูมิใจ แต่คือความมั่นใจว่าลูกของเรามีอนาคตที่มั่นคงแล้วจริงๆ”
สิรวิชญ์ บุญกำเนิด บุตรชาย ที่วันนี้สวมบทบาทช่างเทคนิคประจำแผนกพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop) กล่าวเสริมว่า “ผมเห็นพ่อทำงานที่ฟอร์ดมาตั้งแต่เด็ก และรู้ว่าพ่อภูมิใจในงานนี้มาก วันนี้ผมดีใจและภูมิใจมาก ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฟอร์ด สิ่งที่มีความหมายที่สุดคือการได้เห็นรอยยิ้มของพ่อและครอบครัว ในวันที่ผมได้สวมชุดพนักงานฟอร์ดครับ”

เมื่อโอกาสเปิดทางให้คนเติบโต
เรื่องราวของช่างเทคนิคทั้งสองคนไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของโครงการทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ เติบโต และสร้างเส้นทางอาชีพของตนเอง
สำหรับ มร.วินโค้ ซาริค ผู้อำนวยการบริหาร โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เรื่องราวนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเองเคยเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการทำงานในสายการผลิต ก่อนก้าวสู่บทบาทผู้นำในปัจจุบัน
“การลงทุนของฟอร์ดในประเทศไทย ไม่ได้มองเพียงผลประกอบการหรือกำไรทางธุรกิจเท่านั้น แต่เราตั้งใจที่จะเติบโตและอยู่เคียงข้างสังคมไทยในระยะยาว หัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนคือการสร้างอนาคตผ่าน ‘คน’ ด้วยการมอบโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนาทักษะวิศวกรรมขั้นสูงให้แก่คนไทย รวมถึงครอบครัวพนักงานของเรา”
ก้าวแรกของคนรุ่นใหม่ในวันนี้ จึงตอกย้ำถึงความเชื่อที่ฟอร์ดยึดมั่นมาโดยตลอด นั่นคือเมื่อทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา พวกเขาย่อมสามารถเติบโตและปลดล็อกศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
“เป้าหมายของเราคือการมอบโอกาสให้เยาวชนและพนักงานได้เติบโตบนเส้นทางที่ตนเองเลือก ไม่ว่าผู้ได้รับทุนจะเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพช่างเทคนิคที่โรงงานเอฟทีเอ็มหรือที่ใดก็ตาม ฟอร์ดพร้อมสนับสนุนและภาคภูมิใจในความสำเร็จของทุกคน การได้เห็นบุตรพนักงานนำความรู้และความเชี่ยวชาญกลับมาร่วมพัฒนาโรงงานเอฟทีเอ็มในวันนี้ จึงเป็นภาพสะท้อนถึงความผูกพันที่เรามีต่อกัน และความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” มร.วินโค้ กล่าวเสริม
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของครอบครัวฟอร์ด
วันนี้ ช่างเทคนิคทั้งสองคนอาจเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางการทำงานที่เอฟทีเอ็ม แต่สำหรับครอบครัวฟอร์ด นี่คืออีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่น การสนับสนุน และโอกาสที่ได้รับตลอดเส้นทางที่ผ่านมา
จากวันที่พ่อแม่ทำงานเพื่อสร้างอนาคตให้ลูก สู่วันที่ลูกเติบโตขึ้นและก้าวเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของฟอร์ดในฐานะคนทำงานรุ่นใหม่ เรื่องราวนี้ไม่เพียงสะท้อนความผูกพันของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังของการลงทุนในคน และคุณค่าของการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตในเส้นทางที่ตนเองเลือก
Share this content:



Post Comment