Auto Intelligence International ผนึก Softnix และ HPE พลิกโฉมตลาดอะไหล่ยานยนต์ไทยและอาเซียน ด้วย AI และ Private Cloud
บริษัท ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Auto Intelligence International Co., Ltd.) หรือ AI ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 ในฐานะผู้ให้บริการและพันธมิ
นายเทพรัตน์ สิริวัฒนาวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท Auto Intelligence International กล่าวว่าปัจจุบัน อุตสาหกรรม IAM ในประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดสู
Auto Intelligence ในฐานะ “พันธมิตรด้านข้อมูลยานยนต์” จึงได้นำเสนอบริการหลัก 4 มิติ ได้แก่ DaaS KaaS , SaaS และ IaaS เพื่อเข้ามาทลายคอขวดของอุตสาหกรรม โดยให้บริการกับ AutoCorp ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนองค์กรผ่านคุณค่า 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนา Parts Intelligence Agent เพื่อช่วยให้พนักงานค้นหาและเข้าถึงข้อมูลอะไหล่กับสเปกรถยนต์ได้อย่างแม่นยำ (Product), การยกระดับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร PXP (Personalized Experience Portal) โดยนำ GenAI เข้ามาช่วยอ่าน สรุป และแปลงเอกสาร SOP/WI ให้เป็นขั้นตอนการทำงานโดยอัตโนมัติ (Process), การส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมี AI เป็น “Intelligence คู่กาย” เพื่อลดเวลาค้นหาข้อมูลและนำเวลาไปทุ่มเทกับงานเชิงกลยุทธ์และการดูแลลูกค้า (People) และการเชื่อมโยงพันธมิตรใน Ecosystem ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อถึงกัน (Partners)
เพื่อให้โซลูชัน AI สามารถนำมาใช้งานได้จริงในระดับ Production Auto Intelligence ได้ผสานกำลังร่วมกับ Softnix ในฐานะผู้ผลักดันเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กร นำแพลตฟอร์ม Softnix GenAI (Local/On-Premises) เข้ามาจัดการและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารจำนวนมากสำหรับ AutoCorp พร้อมเสริมฟังก์ชัน AI ประมวลผลลึกให้กับแอปพลิเคชันออนไลน์ และวางระบบ AI Governance เพื่อกำกับดูแลไม่ให้ข้อมูลความลับหลุดรอดออกสู่แพลตฟอร์มสาธารณะภายนอก ทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud AI จาก HPE ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิต AI ที่น่าเชื่อถือ

นายรุจิรพงศ์ ฤทธิ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ, Softnix Technology กล่าวว่า Softnix เข้ามาเป็นผู้ผลักดันเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กร ผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การนำ Softnix Gen AI มาช่วยจัดการเอกสาร ตรวจสอบความถูกต้อง และแปลงข้อมูลเพื่อทำระบบ Automation ช่วยลดเวลาการทำงานของคน การนำ AI เข้าไปสนับสนุนแอปพลิเคชัน Online Platform ด้านอะไหล่และยานยนต์ของ Auto Intelligence และการช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันให้บริการแก่ลูกค้าในเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงศูนย์บริการและร้านค้า พร้อมชูจุดแข็งด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการประมวลผลบน Server ประสิทธิภาพสูงของ HPE ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลความลับรั่วไหลออกสู่แพลตฟอร์มภายนอก นอกจากนี้ยังเตรียมนำระบบ AI Governance เข้ามาใช้กำกับดูแลการพัฒนา AI เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ยั่งยืน และใช้งานได้จริงในทุกกระบวนการทำงานขององค์กร
ด้านนายสุรชัย อรรถมงคลชัย HPE Hybrid IT Country Manager จากทาง HPE ได้เสริมว่า HPE นำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้ง Compute, Storage และ Networking พร้อมผนึกกำลังกับ Softnix มอบโซลูชัน Private Cloud AI แบบ Turnkey Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้จริง ช่วยขจัด 3 ข้อกังวลหลักขององค์กร ได้แก่ ภาระค่าใช้จ่าย Token, ความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล และปัญหาความล้มเหลวในการติดตั้งระบบ โดย HPE ทำหน้าที่เป็น Trusted Partner ที่อาศัยความสำเร็จจากการติดตั้งใช้งานจริงให้แก่ลูกค้ามากกว่า 12 แห่ง มุ่งเน้นการเริ่มต้นจาก Use Case ขนาดเล็กแล้วค่อยขยายผลเพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
การผนึกกำลังของพันธมิตรทั้ง 3 ภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิมไปสู่ยุค Intelligent Automotive Aftermarket โดย Auto Intelligence มุ่งมั่นที่จะยกระดับและขยายผลแพลตฟอร์มฐานข้อมูลยานยนต์และนวัตกรรม AI นี้ ไปสู่การให้บริการครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความคุ้มค่าให้คู่ค้าและพันธมิตรทุกรายเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีแข่งขันระดับสากลด้วยมาตรฐานสูงสุด
Share this content:



Post Comment