DFSK เร่งขยายธุรกิจต่างประเทศ เปิดเกมรุกตลาดพวงมาลัยขวา เปิดตัว E5 PLUS ที่ฮ่องกง
DFSK แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ภายใต้ SERES Group (HKEX: 09927) เดินหน้าขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวา (RHD) อย่างเป็นทางการภายในงาน 2026 International Automotive & Supply Chain Expo (Hong Kong) สะท้อนกลยุทธ์การเติบโตระดับโลกของบริษัทที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งในตลาดพวงมาลัยขวา และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาคสำคัญทั่วโลก
ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาครอบคลุมหลายประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โลก ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวาในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ DFSK ในการขยายฐานธุรกิจและเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดเหล่านี้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา DFSK ได้เร่งขยายการดำเนินงานในต่างประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ โดยปัจจุบันแบรนด์มีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก พร้อมสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนกลยุทธ์ดังกล่าวคือการลงทุนด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาค โดย DFSK ได้พัฒนาโรงงานการผลิตอัตโนมัติในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดระยะเวลาในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดท้องถิ่น

คุณ Amy Gong ประธานของ DFSK กล่าวว่า “การเปิดตัว E5 PLUS รุ่นพวงมาลัยขวาถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกลยุทธ์การขยายธุรกิจในระดับสากลของ DFSK เรามุ่งมั่นสร้างการเติบโตในระยะยาวผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยี การดำเนินงาน และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“ในอนาคต DFSK จะยังคงเดินหน้าขยายการดำเนินงานในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างศักยภาพของระบบนิเวศทางธุรกิจในแต่ละภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก”
E5 PLUS ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ดังกล่าว โดยได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ในตลาดโลก ด้วยการผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อนพลังงานใหม่ ความสะดวกสบาย และระบบอัจฉริยะเข้าด้วยกัน
รถรุ่นนี้มาพร้อมระบบ SERES Super Hybrid System ที่สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างชาญฉลาด และให้ระยะทางการขับขี่รวมสูงสุดถึง 1,200 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ช่วยตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล
สำหรับรุ่น Intelligent Driving ได้รับการติดตั้งเรดาร์คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตรจำนวน 5 จุด และเซ็นเซอร์ตรวจจับรวม 22 จุด พร้อมระบบมองภาพรอบคันแบบ 540 องศา เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งาน

เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดพวงมาลัยขวา DFSK ยังได้ปรับแต่งฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่และพฤติกรรมของผู้ใช้งานในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน (LCC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงและอินเทอร์เฟซที่รองรับการใช้งานในหลายภาษา
นอกจากนี้ ระบบอินโฟเทนเมนต์ยังรองรับภาษาจีนตัวเต็ม (ฮ่องกง) ภาษาไทย ภาษาอินโดนีเซีย ภาษามาเลย์ และภาษาเวียดนาม พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง CarPlay และ Spotify เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานสำหรับผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจ DFSK ยังเดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก ผ่านความร่วมมือระยะยาวและการสนับสนุนอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาบุคลากร และการยกระดับศักยภาพด้านบริการหลังการขาย
บริษัทฯ ยังได้เปิดตัวกรอบการให้บริการระดับโลกโฉมใหม่ ซึ่งครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ ศักยภาพของเครือข่าย ระบบการดำเนินงาน บุคลากร ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และการจัดหาอะไหล่ เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่สอดคล้องกันในทุกตลาดทั่วโลก
ด้วยเครือข่ายการดำเนินงานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพด้านการผลิตในระดับภูมิภาค และกลุ่มผลิตภัณฑ์พลังงานใหม่ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง DFSK พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาดโลก และเสริมบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมการเดินทางแห่งอนาคต
Share this content:



Post Comment