×

Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

ในสายการผลิตรถยนต์ การควบคุมปัจจัยต่างๆ หรือ Factor Control อาจดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) เลือกที่จะลงรายละเอียดให้ลึกกว่านั้น ด้วยการเปลี่ยนข้อมูลจากการผลิตประจำวันให้กลายเป็น ‘องค์ความรู้สะสม’ ที่ต่อยอดได้จริง โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เอฟทีเอ็มเก็บและวิเคราะห์รายละเอียดกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป้าหมายเดียวคือ การค้นหาและรักษามาตรฐานงานสีที่ดีที่สุดในทุกๆ วัน

เมื่อ ‘สีรถ’ คือความละเอียดอ่อนที่มองข้ามไม่ได้

batch_Ford-Paint-Quality_2 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

ในห้องพ่นสีของฟอร์ด สภาพแวดล้อมคือตัวแปรที่สำคัญมาก สีรถมีความอ่อนไหวสูงและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทีมงานของฟอร์ดจึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมปัจจัย (Factors) เหล่านี้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้งานพ่นสีมีคุณภาพที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศหรือฤดูกาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อเป้าหมายไม่ใช่แค่ผ่านเกณฑ์ แต่คือการรักษา ‘Sweet Spot’ ของคุณภาพงานพ่นสี

batch_Ford-Paint-Quality_7 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

แทนที่จะตั้งเป้าแค่การควบคุมค่าต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (Tolerance) ที่ถูกกำหนดไว้อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เอฟทีเอ็มเลือกเดินไปไกลกว่านั้น ทีมพ่นสีมองหาสภาวะที่ดีที่สุด หรือ ‘Sweet Spot’ ซึ่งเป็นจุดที่ทุกปัจจัยทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว จนได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณภาพสูงสุด

batch_Ford-Paint-Quality_1 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

“ในแต่ละวัน จะมีช่วงเวลาที่ปัจจัยต่างๆ ลงตัวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด” วันรพี เรืองฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมควบคุมกระบวนการผลิต แผนกพ่นสี อธิบาย “การรักษา ‘Sweet Spot’ ให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับคุณภาพงานสี ลดความแปรผันในกระบวนการ และส่งผลให้ขั้นตอนถัดไปดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เมื่อเราวางรากฐานของกระบวนการได้ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่เราตั้งไว้”

บันทึกคุณภาพ 4 ปี: เรียนรู้จาก ‘วันที่ดีที่สุด’

batch_Ford-Paint-Quality_6 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

เบื้องหลังความสม่ำเสมอของคุณภาพงานพ่นสี คือ การที่เอฟทีเอ็มไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในแต่ละวันเท่านั้น แต่ริเริ่ม บันทึกคุณภาพ (Quality Records) ขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลการผลิตในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี ทีมงานนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อย้อนดู ‘วันที่งานออกมาดีที่สุด’ เกิดจากปัจจัยใดบ้าง ตั้งแต่ความเร็วลมในห้องพ่นสี ความหนืดของสี ไปจนถึงการทำความสะอาดห้องอบสีในวันหยุด หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพงาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ช่วยลดการลองผิดลองถูก และทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิต มีคุณภาพผิวสีในระดับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล

“เราไม่ได้แค่พ่นสีรถยนต์ แต่เราเรียนรู้จากงานที่เราทำในทุกๆ วัน” ปัญญพันธุ์ พูลภิญโญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกพ่นสีของโรงงานเอฟทีเอ็ม กล่าว “การทบทวนบันทึกคุณภาพตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ทีมงานเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า เหตุใดบางวันจึงได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น จากนั้นเราก็นำเงื่อนไขเหล่านั้นกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อทำให้ทุกวันเป็นวันที่อยู่ใน Sweet Spot ของกระบวนการผลิต”

8 เฉดสีไฮไลต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ดสะท้อนทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

batch_Ford-Paint-Quality_8 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

ความสำเร็จในการถอดรหัส ‘Sweet Spot’ และควบคุมปัจจัยการผลิตได้อย่างยอดเยี่ยมนี้เอง ที่ทำให้เอฟทีเอ็มสามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ความแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านเฉดสีทั้ง 8 สีได้อย่างเด่นชัดและมีพลัง ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่สีที่ได้รับความนิยมสูงอย่างสีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey ไปจนถึงสีที่เปิดตัวใหม่อย่างสีส้ม Ignite Orange รวมถึง Code Orange สีซิกเนเจอร์ของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเฉดสีอย่าง Command Grey, Blue Lightning และ Aluminium Metallic ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเฉดสีใด ความท้าทายสำคัญคือการควบคุมคุณภาพงานพ่นสีให้มีความสวยงามและสม่ำเสมอในมาตรฐานเดียวกันทุกคัน

จากสายการผลิตในประเทศไทย เอฟทีเอ็มส่งฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออกเดินทางสู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดียวกันเสมอ ข้อมูลการผลิตสะท้อนว่า สีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey เป็น 3 สีที่มียอดการผลิตสูงสุด ซึ่งล้วนเป็นเฉดสีที่สะท้อนความแกร่งแบบเรียบหรู

นอกจากนี้ ข้อมูลคำสั่งผลิตในปี 2568 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังระบุว่า ลูกค้าชาวไทยให้ความนิยมสีดำ Absolute Black เป็นพิเศษ ขณะที่ตลาดออสเตรเลียเลือกสีขาว Arctic White เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ต้องการความทนทานสูง

คุณภาพที่ยึดมั่น เพื่อความมั่นใจของลูกค้า

batch_Ford-Paint-Quality_3 Ford ตอกย้ำมาตรฐานงานสี ด้วย ‘Sweet Spot’ ยกระดับความแม่นยำและความสม่ำเสมอ

การควบคุมปัจจัยและการรักษา Sweet Spot ในงานพ่นสีของฟอร์ดมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเรียบง่าย นั่นคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่า รถยนต์ทุกคันที่ออกจากโรงงานเอฟทีเอ็ม จะต้องมีความเงางาม ทนทานในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีการผลิต แต่เป็นคุณภาพที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง

“Sweet Spot เป็นมากกว่าแค่แนวคิดในโรงงาน แต่มันคือคุณภาพที่ลูกค้ามองเห็นและสัมผัสได้จริง” คุณปัญญพันธุ์ กล่าวเสริม “ข้อมูลของเรายืนยันความสำเร็จนี้ โดยเราไม่พบรายงานปัญหาด้านคุณภาพเรื่องสิ่งแปลกปลอมในชั้นสีจากลูกค้าเลย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเราหาจุดสมดุลที่สมบูรณ์แบบเจอ เราจะสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติได้อย่างแท้จริง”

“เป้าหมายของเรา คือ ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกเรนเจอร์สีไหน หรือขับแร็พเตอร์เฉดใด รถทุกคันคือตัวแทนของความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการรักษามาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเรา” คุณปัญญพันธุ์กล่าวทิ้งท้าย

Share this content:

Previous post

Lamborghini Fenomeno Roadster ปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ต V12 ไฮบริด 1,080 แรงม้า เพียง 15 คันทั่วโลก

Next post

“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” นักบิดไทยใจสู้ บู๊เก็บแต้มสำคัญ รั้งหัวแถวคะแนนรวม ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 เลอ ม็องส์ ราวด์ สนาม 2

Post Comment