ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2
ศึก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026” สนามที่ 2 เรซ 2 เสิร์ฟสีสันระดับเวิลด์คลาส นักบิดไทยสร้างผลงานกระหึ่ม พาเหรดขึ้นโพเดียม พร้อมกวาดแชมป์ 2 รุ่น “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ผงาดวินเนอร์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ควง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดียมแบบวันทู เช่นเดียวกับ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่บิดคว้าชัย เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี โดยมี “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยืนคู่บนโพเดียมอันดับ 2 ขณะที่ผลในรุ่นใหญ่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม บิดหายคว้าชัยรุ่นใหญ่ 4 เรซติด ส่วน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักแข่งไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แข่งขัน 2 เรซ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ท่ามกลางการติดตามของแฟนความเร็วทั่วโลก ทั้งผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมอัดแน่นกิจกรรมเอาใจมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยในสนามอย่างเต็มอิ่ม

ขณะที่เกมการแข่งขันก็เข้มข้นทุกคลาส โดยในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ดวลกันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม ซึ่งกริดสตาร์ทยังคงมี ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทอย่าง อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ เคโตะ อาเบะ นักบิดญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า ฟิลิปปินส์

ด้าน ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะ 3 เรซแรกและจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 ส่วน นักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่นใหญ่อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เริ่มเกมจากกริดที่ 6 โดยมีการปรับปรุงเซ็ตอัพรถแข่งได้ลงตัวมากขึ้น

เกมเรซนี้แทบไม่มีอะไรพลิกผันสำหรับตำแหน่งหัวแถว โดย ซยาห์ริน ที่ออกตัวจากกริดที่ 5 ไล่แซงคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 2 ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระยะห่างและบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 24 นาที 1.995 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครอง 4 เรซรวด ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาเบะ อันดับ 2 ถึง 2.748 วินาที
ขณะที่ “ชิพ-นครินทร์” นักบิดชาวไทยวางแผนการขี่ในเรซนี้อย่างยอดเยี่ยม เกาะกลุ่มท็อปไฟว์ไปจนถึงช่วงท้ายเรซ ก่อนจะขยับแซง ซัควาน ไซดี้ ขึ้นมา และบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 3.482 วินาที ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ
โดยหลังผ่าน 2 สนามแรก ซยาห์ริน นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 100 คะแนน ทั้งห่าง อาเบะ อันดับ 2 ออกไป 24 คะแนน ตามด้วย แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ นักบิดอินโดนีเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลัง 47 คะแนน ส่วน “ชิพ-นครินทร์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 เก็บไป 39 คะแนน

ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซที่ 2 ดวลกัน 12 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทมี คาสม่า ดาเนียล คาสมายูดิน แชมป์เก่าชาวมาเลเซียจาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างในแถวหน้าด้วย 2 นักแข่งไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 และ 3

รูปเกมในรุ่นนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเคย โดยนักบิดหลายคนในกลุ่มนำสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันแทบทุกรอบ ขณะที่ “มิกซ์-ธนัช” ต้องเจองานหนักเมื่อต้องเข้ารับโทษ “ลองแล็ป” ในรอบที่ 2 ทำให้ร่วงจากอันดับ 3 ลงไปถึงอันดับ 11 แต่ยังมีความเร็วเหนือกว่าทุกคนในสนาม ค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งจนขึ้นมาถึงกลุ่มหน้าในช่วง 4 รอบสุดท้าย

ก่อนจะเร่งความเร็วปิดจ็อบจากการแซงในโค้ง 12 ของรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 2.096 วินาทีปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ เฉือน “ตี-อนุภาพ” อันดับ 2 เพียง 0.130 วินาที ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.577 วินาที ส่วน คาสม่า ดาเนียล เข้าป้ายอันดับ 4 และ “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ นักบิดไทยอีกคนจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามหลัง 4.676 วินาที

สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เข้มข้นสุดๆหลังผ่านสนาม 2 ปรากฏว่า คาสม่า ดาเนียล แชมป์เก่ารั้งจ่าฝูงมีทั้งสิ้น 72 คะแนน ตามด้วย “มิกซ์-ธนัช” ที่บีบระยะห่างเข้ามาเหลือเพียง 3 แต้มท่านั้น อันดับ 3 เป็นของ อัซรอย ฮาคีม ตามหลัง 11 แต้ม และ “ตี-อนุภาพ” รั้งอันดับ 4 ตามหลัง 12 คะแนน

ขยับมาดูเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ซึ่งแข่งกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม เป็นอีกคลาสที่แฟนชาวไทยได้เฮ เมื่อนักแข่งชาวไทยขึ้นโพเดียมพร้อมกัน 2 คน และเป็นการคว้าชัยชนะแบบวันทู ต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิดที่ บุรีรัมย์

โดย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ออกนำแบบม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 18 นาที 41.804 วินาที อันดับ 2 เป็นของ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 4.694 วินาที ตามด้วย คาสด้า เอช นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.562 วินาที ส่วน “กัส” ธีรไนย ทับทิม ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม พลาดโพเดียมเฉียดฉิว บิดเข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 6.732 วินาที

หลังผ่านการแข่งขันสนาม 2 “ไอเดีย-กฤตภัทร” ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี อย่างเหนียวแน่น มีทั้งสิ้น 86 คะแนน เหนือ เรห์ซ่า ดานิก้า อาห์เรนส์ คู่แข่งชาวอินโดนีเซีย อันดับ 2 อยู่ 22 คะแนน ส่วน “เฟอร์-ปัญจรุจน์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามผู้นำ 24 คะแนน และ “กัส-ธีรไนย” รั้งอันดับ 8 มี 27 คะแนน
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี (UB150) ชัยชนะตกเป็นของ ฮุสนี ไซนัล ฟูอัดซี จาก ซีเออร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อะเดลิน เอ็มซีอาร์ อาร์บีที34 ด้วยเวลา 16 นาที 37.890 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง อาหมัด ดาร์วาซี อาหมัด ซาฮีร์ นักแข่งมาเลเซียจาก ยูซี เอเชีย ทีม เพียง 0.390 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ อาดีตยา ฟาอูซี นักบิดอินโดนีเซียจาก เจพีเอ็นดับเบิลยู เอสเอ็นดี แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.801 วินาที
ผลในรุ่น ทีวีเอส เรซซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ เรซสอง ชัยชนะเป็นของ ซาทัค ชาวัล นักแข่งอินเดียด้วยเวลา 14 นาที 58.040 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง โมฮัมหมัด แรมแดน รอสลี นักแข่งมาเลเซียอันดับ 2 เพียง 0.073 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เปดรินโญ มาโตส นักบิดโปรตุกีส ตามหลัง 0.161 วินาที
ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามถัดไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะกลับมาดวลความเร็วสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล
Share this content:
Post Comment