DEATH FEST 2025 เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย และวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด
Death Fest 2025: Better Living, Better Leaving, เพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมาย และวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด คืองานแฟร์ที่รวบรวมบริการและองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดี ไว้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลผู้สูง วัย ดูแลความเจ็บป่วยไปจนถึงป่วยระยะท้าย การเตรียมตัวเพื่อการจากไป และการจัดการความตาย
งานนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของ Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สภากาชาดไทย, กรมการแพทย์, สำนักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ชีวามิตร, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, The Active ไทยพีบีเอส, และ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพฯ)

นางสาววรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานกลุ่ม Peaceful Death กล่าวถึงงานนี้ว่า “Peaceful Death ทำงานเกี่ยวกับการเตรียมตัวตายมาเกือบ 10 ปี เราฝันอยากให้ทุกคนในสังคมเข้าถึงสิทธิในการตายดีอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม Peaceful Death ได้พัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ เช่น สมุดเบาใจ และงาน Happy Death Day เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อความตาย และทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหัวข้อที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างเปิดเผย Death Fest 2025 ทำให้เราได้นำหัวข้อเรื่องการเตรียมตัวตายออกมาสู่วงที่กว้างกว่าที่เคย ผ่านรูปแบบงานที่จะชวนให้ทุกคนได้เตรียมตัวอย่างเป็นรูปธรรม เราอยากให้ทุกคนที่มางานได้รู้ว่า เขาไม่ได้เผชิญปัญหาสูงวัย เจ็บป่วย หรืออยู่ในระยะท้ายเพียงลำพัง มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ ทางเลือกและตัวช่วยมากมายที่เตรียมให้คุณเผชิญกับความจริงของชีวิตอย่างราบรื่น และไม่ยากเกินไป”
นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด คือการอยู่อย่างดีที่สุด ในงานนี้จึงไม่พูดแค่เรื่องความตาย แต่จะถอยออกมาตั้งแต่การเตรียมตัวตาย การรักษาแบบประคับประคอง การป่วยติดเตียง การเจ็บป่วย และวัยชรา เราอยากจัดงานแฟร์รวมบริการที่เกี่ยวข้องแบบ Wedding Fair ให้ผู้มาร่วมงานได้เก็บข้อมูลบริการที่ชอบ ผู้ให้บริการที่ใช่ ชวนมาเลือกด้วยกันแต่เนิ่น ๆ เพราะหลายคนเจอปัญหาว่า พอความสูญเสียมาถึง มักหาอะไรไม่ทัน เจออะไรก็ต้องใช้ไปก่อน เลือก และทำไปโดยรู้บ้างไม่รู้บ้าง งานนี้มีทั้งบริการจากภาคเอกชน และจากภาครัฐ ทั้งสำหรับคนมีเงินและคนไม่มีเงิน เป็นงานที่แมสที่สุดในโลก เพราะไม่มีใครที่ไม่ตาย”
นายประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ Co-founder และ Creative Director ชูใจ กะ กัลยาณมิตร กล่าวว่า “แม้ผมจะทำโฆษณาเกี่ยวกับความตายมาเกือบ 7 ปี แต่เมื่อพ่อผมจากไปเมื่อ 3 ปีก่อน ผมก็พบว่าเรื่องที่รู้มาทั้งหมดมันไม่พอ พอเกิดเรื่องที่ก็วุ่นวายทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้หน้างานพาไป หลายเสียงตีกัน หลายคนเข้ามาวุ่น วุ่นทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งเงิน ทั้งครอบครัว ผมจึงออกแบบงานนี้ให้เป็นแบบงานแสดงสินค้า เพื่อให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย ให้ทุกคนได้เอาความรู้ไปใช้ได้จริง ๆ เป็นการต่อยอดความสนใจ ความตั้งใจของคนที่อยากจะเตรียม ตัวเพื่อดูแลทั้งตัวเอง และคนที่เรารัก


บูทในงานเราตั้งใจจัดเรียงให้มีความเป็นนิทรรศการไปในตัว มีการลำดับเรื่องราวจัดเรียงให้เดินเอา ความรู้ตามเส้นทางของชีวิตได้เลย ตั้งแต่แก่ดี-เจ็บป่วยดี-เตรียมตัวตายดี-ตายดี เวลาเก็บโบรชัวร์ไปก็จะได้รู้จัก ทุกบริการตั้งแต่ตอนนี้ไปจนตาย และก็ตั้งใจออกแบบงานนี้ให้เป็นงานที่ทุกคนจะเปิดใจมาเข้าร่วมได้ไม่ยาก ด้วยบรรยากาศของงานแฟร์ที่ทุกคนคุ้นเคย”
วิภาวี ภู่ทิม ประธานเปิดงาน Death Fest 2025 ในฐานะตัวแทนของผู้ที่เข้าใจและ เห็นประโยชน์ของงานนี้ที่สุด เพราะเป็นผู้ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อการจากลา เพราะเธอคือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เลือกวิธีรักษาแบบประคับประคอง และเพิ่งตัดสินใจไม่รับคีโมในวัย อายุ 28 ปี โดยได้กล่าวไว้ว่า “อิงตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และยาคีโมที่แพทย์ให้จะไม่สามารถทำให้ยิ่งหายได้อีกแล้ว จึงกลับมาคิด และชั่งน้ำหนักกับตัวเองว่าถ้าเลือกรักษาเพื่อซื้อเวลา แต่ร่างกายมันไม่ใหวที่จะใช้ชีวิต มันจะคุ้มจริงไหม
อิงต้องการใช้ชีวิตในเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีความสุขที่สุดก่อนถึงช่วงสุดท้าย จึงตัดสินใจยุติการรักษาด้วยคีโม และหันมารับการรักษาแบบประคับประคองแทน โดยใช้ Thai Advance Planning Form เพื่อระบุความต้องการของตัวเอง
อิงได้วางแผนช่วงสุดท้ายของชีวิตแบบที่อิงต้องการล่วงหน้าไว้ในตอนที่อิงยังมีสติสัมปชัญญะ เช่น การใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกทุกวัน ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป ไปดูคอนเสริตศิลปินเกาหลีที่อิงชอบ จัดการความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดทำให้แม่สบายใจ และไม่โทษตัวเองด้วยการบอกแม่เสมอว่าความตายเป็นเรื่องที่เกิดกับทุกคน แม่ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และไม่ต้องโทษตัวเอง แล้วก็ได้แจ้งข่าวกับเพื่อน ๆ ให้เพื่อน ๆ เข้าใจ
จัดการเรื่องธุรกรรมธนาคาร และรหัสสำคัญต่าง ๆ โดยฝากไว้กับคุณแม่ ซึ่งเป็นคนที่อิงไว้ใจมากที่สุด และเตรียมแจกจ่ายของสำคัญของตัวเองให้กับคนที่จะได้ใช้ประโยชน์ และเห็นถึงคุณค่า เช่น หนังสือการ์ตูน และของสะสมที่อิงรัก
สุดท้ายนี้อิงอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง และอย่าลืมวางแผนให้กับช่วงสุดท้ายของชีวิต ซึ่งสามารถทำได้เลยวันนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าความตายจะมาถึงเมื่อไหร่ และความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัวอีกต่อไป ถ้าเรามีการวางแผนที่ดี”

กิจกรรมภายในงาน
1. เวทีเสวนา 20 บทเรียน โดยวิทยากร 60 ท่าน ด้วยเนื้อหารอบด้านเกี่ยวกับความแก่ เจ็บป่วย การ เตรียมตัวตาย และการจัดการกับความตาย

2. เวิร์กช็อป 8 บทเรียน ที่ทุกคนจะได้ลงมือเรียนรู้ และวางแผนไปพร้อม ๆ กัน

3. นิทรรศการ Before I Die ที่จะทำให้คุณมองเห็นชีวิตและความตายในมุมที่ชัดขึ้น ผ่านสมุดเบาใจของผู้มีชื่อเสียง, ห้องภาพ Last Photo ที่จะให้คุณได้ถ่ายภาพที่จะใช้ในงานศพของตัวเอง, ห้องภาพ Ag(ai)n Photo by FAB Cafe ที่จะใช้เทคโนโลยี Artificial Intelligent ทำให้คุณได้ร่วมเฟรมกับคนที่จากโลกนี้ ไปแล้วอีกครั้งหนึ่ง, Test Die โดย สุริยาหีบศพ, Human Life-Brary ห้องสมุดมนุษย์ที่อยากชวนคุณมา ตั้งวงพูดคุยถึงการใช้ชีวิตเพื่อการอยู่ดี-ตายดี และ Die-alogue of Children’s Books by แม่นิดนก และ CREAM Bangkok โซนหนังสือเด็กที่ช่วยให้เราทุกคนได้เปิดบทสนทนาเรื่องความตาย จากลา และการสูญเสียกับเด็ก ๆ

4. บูท 75 บูท ที่แบ่งเป็น 4 โซนตามช่วงชีวิต แก่ดี เจ็บดี เตรียมตัวตายดี และ ตายดี

Death Fest 2025 จะเกิดขึ้น ระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ IMPACT Exhibition Hall 6

Post Comment