ฟอร์ดชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย ส่งมอบรถคืนลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Rapid Hub เครือข่ายสนับสนุนเชิงรุกที่ช่วยให้ผู้จำหน่ายและทีมวิศวกรสามารถแก้ไขเคสที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่รถจอดซ่อมหรือ VOR (Vehicle Off Road) เหลือเพียง 4 วัน[1] และส่งมอบรถกลับคืนสู่มือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น จาก 'ตั้งรับ' สู่การทำงาน 'เชิงรุก' อย่างไร้รอยต่อ Rapid Hub เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญในการปรับวิธีทำงานของฟอร์ดจากการรอรับปัญหาไปสู่การเข้าดูแลลูกค้าเชิงรุกทันทีเมื่อมีการเปิดงานซ่อมในระบบ แม้แนวคิดนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติ ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหลายทีมอย่างแนบแน่น เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ปัญหาความล่าช้าในการดูแลรถหลายครั้งไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของอาการรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างทันท่วงที Rapid Hub จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกทีมให้เห็นสถานะของเคสพร้อมกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเคสเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนอย่างทันท่วงที โครงการนี้ เชื่อมการทำงานของ 3 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ ทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนาม และผู้จัดการงานขายของแต่ละเขต เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การติดตามเคสมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ศูนย์บริการวิเคราะห์อาการรถ…